สวัสดี

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: !!จำหน่าย Mixer ไมโครโฟน Atprosound.com บอกเลยงานดีมาก  (อ่าน 28 ครั้ง)

kkthai20009
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5960
    • ดูรายละเอียด
  - ลักษณะการทำงานของ เพาเวอร์แอมป์ คลาส AB -
เพาเวอร์แอมป์เป็นเครื่องมือที่สำคัญมาก ในระบบเสียงที่ใช้ขับลำโพงให้มีเสียงดังออกมาก วันนี้เราจึงมาชี้แนะแนวทางการทำงานของ เพาเวอร์แอมป์ คลาส AB ที่ใช้กันอยู่ทั่วๆไปให้คุณรู้กัน เพาเวอร์แอมป์คลาส ABเป็นการผสมผสานแนวทางการทำงานของ คลาส A และก็ คลาส B เข้าด้วยกัน ถ้าเช่นนั้นลำดับแรกเรามารู้จัก เพาเวอร์แอมป์คลาส A และก็ B กันก่อน เครื่องเสียงกลางแจ้ง

     

ดูรายละเอียดสินค้า ไมโครโฟน https://www.atprosound.com/product-category/pa-system/

     - เพาเวอร์แอมป์ คลาส A -
เพาเวอร์แอมป์คลาส A เป็นวงจรขยายเสียงแบบเรียบง่ายโดยจะใช้ทรานซิสเตอร์ขยายสัญญาณแค่ตัวเดียว โดยทรานซิสเตอร์จะถูกไบอัสกระแสอยู่เสมอเวลาถึงจะไม่มีสัญญาณเสียงเข้ามา ก็เลยทำให้เกิดความร้อนต่อทรานซิสเตอร์สูง จึงทำให้มีคุณภาพต่ำ หรือ ได้กำลังวัตต์น้อยนั้นเอง แต่ว่าข้อดีของภาคขยายแบบคลาส A คือ ให้ลาดละเอียดเสียงที่ดี ความผิดฟั่นเฟือนของเสียงต่ำมากมาย เพาเวอร์แอมป์คลาสนี้ปัจจุบันนี้หาได้ยากมาก จำนวนมากจะอยู่ในระบบเสียง Hi-End สะโดยมาก เพาเวอร์แอมป์

     - เพาเวอร์แอมป์คลาส B -
เพาเวอร์แอมป์คลาส B เป็นวงจรขยายเสียงที่อาศัยการทำงานแบบ Push-Pull (ผลัก-ดึง) โดยจะใช้ทรานซิสเตอร์ 2 ตัว โดยตัวนึ่งเป็นแบบ NPN ปฏิบัติหน้าที่ขยายสัญญาณเสียงสัญญาณที่มีแอมพลิจูด ทางด้านบวก และ ใช้ทรานซิสเตอร์แบบ PNP ปฏิบัติภารกิจขยายสัญญาณเสียงที่มีแอมพลิจูด ทางด้านลบ วงจรจะทำงานต่อเมื่อมีสัญญาณเสียงเข้ามาแค่นั้น วงจรขยายเสียงคลาส B มีประสิทธิภาพสูงขึ้นยิ่งกว่า คลาสA แต่ข้อเสียเป็นมีความผิดสติไม่ดีสูงเนื่องด้วยจุดต่อระหว่างสัญญาณซีกบวกรวมทั้งลบ(crossover distortion ) เป็นจุดที่นำไปสู่ความสติไม่ดีสูง เดี๋ยวนี้เรียกได้ว่าไม่มีเพาเวอร์คลาส B อยู่เลยก็ว่าได้ Mixer

   

     - เพาเวอร์แอมป์คลาส AB -
เพาเวอร์แอมป์คลาส AB อย่างที่กล่าวเอาไว้ข้างต้นว่า เพาเวอร์แอมป์คลาส AB คือการประสมประสานจุดเด่นของแอป์ คลาส A และ B เอาไว้รวมกันเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นมากยิ่งกว่าคลาส A รวมทั้ง ความผิดสติไม่ดีต่ำยิ่งกว่าคลาส B โดยวงจรขยายจะใช้การปฏิบัติงานแบบ Push-Pull (ผลัก-ดัน) โดยจะใช้ทรานซิสเตอร์ 2 ตัว โดยตัวนึ่งเป็นแบบ NPN ปฏิบัติหน้าที่ขยายสัญญาณเสียงสัญญาณที่มีแอมพลิจูด ทางด้านบวก แล้วก็ ใช้ทรานซิสเตอร์แบบ PNP ทำหน้าที่ขยายสัญญาณเสียงที่มีแอมพลิจูด ทางด้านลบ เหมือนกับคลาส B แต่จะทำการแก้ไข้เรื่องความผิดเพี้ยนจุดต่อระหว่างสัญญาณซีกบวกรวมทั้งลบ(crossover distortion ) โดยการไบอัสกระแสให้กับทรานซิสเตอร์ไว้ต่ำๆเพื่อช่วยลดข้อผิดพลาดสติไม่ดี จึงทำให้ได้คุณภาพเสียงใกล้เคียงกับคลาส A แต่ว่าความร้อนต่ำลงมากยิ่งกว่าคลาส A และ เพาเวอร์แอมป์คลาส AB เรียกได้ว่าได้รับความนิยมชั่วกัลปวสานของทุกแวดวงเสียง สามารถขับเสียงได้ทุกบริเวณเสียง แล้วก็ ที่สำคัญคลาส AB เป็นพื้นฐานของเพาเวอร์คลาสอื่นๆอีกมากมาย ตัวอย่างเช่น คลาส G , คลาส H , คลาส TD , คลาส HD รวมทั้ง EEEngine ฯลฯ

     - ไมค์ DPA 4099 2 สี ต่างกันเช่นไร ?
ถ้าหากเข้าไปที่หน้าเว็บ AT แล้วเสิร์ชหา DPA 4099 จะพบว่า มีไมค์ DPA 4099 อยู่ 2 สี คือ เหลือง กับแดง แล้วถ้าเกิดจำเป็นต้องซื้อ จะซื้อสีไหน ?

     - DPA 4099 เป็นไมค์จ่ออุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรี คุณภาพสูง
ออกมาทั้งหมด 2 รุ่น สำหรับเพื่อการใช้งานอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีต่างจำพวกกัน

     

     - โดยเริ่มจาก DPA CORE 4099 for Lund SPL DC-1 หรือ สีแดง
เป็นไมค์สำหรับรับเครื่องดนตรีทุกชนิด เหมาะกับดนตรีคลาสสิก ได้แก่ ไวโอลิน, เปียโน, กีต้าร์โปร่ง, แซกโซโฟน, เชลโล่, คลาริเน็ต, ฟลูต เป็นต้น รับเสียงพีคได้ถึง 142 dB ซึ่งนับว่ามากพอสำหรับอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีประเภทคลาสสิก ตามที่ยกตัวอย่างไป ไมโครโฟน

     - ส่วน DPA CORE 4099 for Extreme SPL DC-2 หรือ สีเหลือง
เป็นไมค์สำหรับรับเสียงเครื่องดนตรีที่ดังมากมายๆดังเช่นว่า กลอง, ทรัมเป็ต, ทรอมโบน และก็เครื่องเป่าทองเหลืองอื่นๆรับเสียงพีคได้ถึง 152 dB ซึ่งถือว่ามากพอสำหรับอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีชนิดร็อคแบนด์ จากที่ยกตัวอย่างไป แล้วก็ยังเป็นรุ่นที่วงร็อคระดับนานาชาติอย่าง Metallica เลือกใช้สำหรับเพื่อการจ่อกลองชุด สำหรับทัวร์การแสดงดนตรีด้วยครับ

     - ราคา 29,760 บาท เสมอกันทั้งยัง 2 รุ่น
จะได้ ไมค์ 4099 1 ตัว และคลิปหนีบตามจำพวกเครื่องดนตรีที่ปรารถนา 1 ชิ้น

Tags : เครื่องเสียงกลางแจ้ง,เพาเวอร์แอมป์